top of page

PADI Open Water Diver

สำหรับผู้ที่สนใจและหลงไหลการดำน้ำ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน วันนี้เราจะมาเล่าหลักสูตรต่างๆ ในการเรียนดำน้ำ สำหรับผู้ที่สนใจให้ฟังกัน!!


เรียนดำน้ำ

หลักสูตรการเรียนดำน้ำ หลักสูตรแรก Open Water Diver เป็นหลักสูตรขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนดำน้ำแบบจริงๆ จังๆ เราแบ่งการสอนดำน้ำออกเป็น 2 ประเภท คือ การเรียนดำน้ำภาคทฤษฎี และ การเรียนดำน้ำภาคปฏิบัติ โดยมีรายละเอียดต่างๆดังนี้

  • ด้านทฤษฎี เน้นการปูพื้นฐานเพื่อให้เข้าใจถึง โดยแบ่งเป็นการเรียนการสอนดังนี้

  1. อุปกรณ์ดำน้ำ ที่จะสอนให้สามารถใช้งานเป็นทุกชนิด รวมถึงวิธีการเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง จนกระทั่งวิธีการรักษา

  2. เรื่องราวของฟิสิกส์เบื้องต้น ความกดอากาศ, การจม ลอย , แสง สี เสียง และอื่นๆ

  3. การสื่อสารใต้น้ำ เราจะสอนให้เข้าใจถึงสัญลักษณ์และภาษามือต่างๆ เพื่อสามารถสื่อสารและวางแผนการสื่อสารใต้น้ำร่วมกับบัดดี้ได้อย่างราบรื่น

  4. สภาวะแวดล้อมใต้ทะเล ,สัตว์ใต้ทะเล การระมัดระวัง การอนุรักษ์สภาพแวดล้อมใต้ทะเลการป้องกันและแก้ไข เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

  5. รวมถึงโรคต่างๆที่เกิดจากการดำน้ำ และการใช้ตาราง Dive Table

เมื่อเรียนดำน้ำด้านทฤษฎีจนครบแล้วจะมีการทดสอบความรู้ด้วยการสอบข้อเขียน จำนวน 50 ข้อ โดยการผ่านเกณฑ์จะต้องทำถูกต้องอย่างน้อย 75% จาก 50 ข้อ และเมื่อผู้เรียนผิดข้อไหน ครูสอนจะทำการทบทวนความรู้ให้อีกครั้งเพื่อให้เข้าใจในทุกรายละเอียด

  • ด้านภาคปฏิบัติ จะแบ่งการเรียนดำน้ำออกเป็นอีก 2 ประเภท คือการเรียนดำน้ำภาคปฏิบัติในสระ และการเรียนดำน้ำภาคปฏิบัติในทะเล เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างแท้จริง ก่อนการไปพบกับประสบการณ์จริงๆ ในทะเล ซึ่งการเรียนดำน้ำภาคปฏิบัติจะมีรายละเอียดดังนี้

  1. การเรียนดำน้ำในสระ จะเรียนที่ Wahoo Diving Center ซึ่งเบื้องต้น ทางครูสอนดำน้ำจะมีการทดสอบการว่ายน้ำ และลอยตัวในน้ำก่อน เพื่อทดสอบความแข็งแรงและอดทนของผู้เรียน เพื่อที่จะเป็นการประเมิณผู้เรียนในเบื้องต้น และเน้นการสอนได้อย่างถูกจุด หลังจากการประเมิณดังกล่าว ทางครูผู้สอนก็จะทำการฝึกผู้เรียน ในสระด้วยวิธีดังนี้

  2. ฝึกการประกอบ การถอดอุปกรณ์

  3. ท่าลงน้ำในสถานการณ์แตกต่างกัน

  4. การตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองและคู่ดำน้ำก่อนลงน้ำ

  5. การหายใจใต้น้ำ การใช้ตีนกบอย่างถูกวิธี

  6. การปรับการจมลอย แบบต่างๆ ,การปฏิบัติตัวในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินใต้น้ำในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

  7. Skin Diving

  8. การลงดำน้ำในทะเล (Confined Water)

สำหรับส่วนนี้จะเป็นการเรียนรู้พร้อมทั้งการสอบปฏิบัติในทะเลจริง ผู้สอนจะทำการสาธิตทักษให้ผู้เรียนดูเบื้องต้นก่อน หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ทำการดำน้ำให้นักเรียนดูทีละทักษะ เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง ซึ่งถ้าหากปฏิบัติไม่ถูกต้องผู้สอนจะทำการแก้ไขและให้ปฏิบัติใหม่ จนกระทั่งผู้เรียนสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง การเรียนดำน้ำของเราเน้นการให้ผู้เรียนสามารถลงดำน้ำได้อย่างถูกต้อง โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา แต่จะเน้นให้ผู้เรียน ดำน้ำได้อย่างถูกต้องจริงๆ เกณฑ์สำหรับการผ่านการดำน้ำภาคปฎิบัติในทะเล ผู้เรียนจะต้องสามารถดำน้ำได้อย่างชำนาญจนผู้สอนมั่นใจที่จะปล่อยให่สามารถออกทะเลได้


เรียนดำน้ำ
สอบปฎิบัติสำหรับการเรียนดำน้ำ

โดยภาคนี้จะเน้นการลงดำน้ำจำนวน 4 ครั้ง (Dives) ภายในระยะเวลา 2 วัน โดยการฝึกภาคปฏิบัติในทะเลที่เรียกว่า Open Water ซึ่งการลงดำน้ำแบบ Open Water จะเป็นการฝึกทุกทักษะจนชำนาญแล้วในภาค confined water ออกไปลองปฏิบัติในสภาพน้ำทะเลจริง จะเป็นลักษณะการทบทวนที่ฝึกมาแล้วนำมาประยุกต์ใช้ ในการลงดำน้ำและทำการดำน้ำกันจริงๆ เพื่อที่จะสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของ Open Water [ซึ่งความหมายที่แท้จริงของ Open water คือ แหล่งน้ำที่เปิดกว้าง ไม่มี ขอบเขต เช่น ทะเล อ่าวขนาดใหญ่ ทะเลสาป ที่มีลักษณะดังกล่าวรวมเรียกว่า Open Water ทั้งสิ้น] และสำหรับทักษะที่จะนำมาทบทวนในการฝึกภาคทะเลนี้ จะไม่ได้นำมาหมดทุกทักษะ ที่ฝึกในภาค confined water แต่จะเป็นทักษะที่ใช้งานจริงในการดำน้ำ เช่น

  1. การตรวจสอบอุปกรณ์ของคู่ดำน้ำ

  2. การทำ buoyancy weight check

  3. การวางแผนการดำน้ำ

  4. การลงน้ำและการขึ้นจากน้ำ

  5. การดำลงสู่ใต้ทะเลและการดำขึ้น

  6. การปรับความสมดุลย์ของโพรงอากาศในร่างกาย

  7. การหายใจใต้น้ำ

  8. การปรับแต่งการจม ลอย

  9. การฝึกแก้ไขเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น

  10. การว่ายใต้น้ำและการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในการดำน้ำ

  11. การดำน้ำจริงในทะเลเปิด

สำหรับ Open Water จะไม่มีการทดสอบ แต่จะเป็นบรีฟสรุปให้ผู้เรียนได้ให้ผู้เรียนได้ฟังว่าเราจะลงไปทำการฝึกทบทวน การลงดำน้ำแต่ละครั้ง (dive) และทำการลงไปฝึกทบทวน ทักษะต่างๆ หลังจากการฝึกทบทวนในแต่ละครั้งแล้วจะเป็นการดำน้ำท่องเที่ยวจริง โดยผู้เรียนจะประยุกต์ทักษะต่างๆ ที่ฝึกอย่างดีมาจากภาค Confined water แล้วนำเอามาใช้ในการดำน้ำจริงๆ ในOpen Water หลังจากผ่านครบทุกหลักสูตร Open Water Dive จะได้รับบัตร C-Card ( Certification Card ) ในระดับ Open Water Diver (อายุ 18 ปีขึ้นไป) หรือ Junior Open Water Diver (สำหรับอายุ ต่ำกว่า 18 ปีลงมาจนถึง 10 ปี) ซึ่งสามารถนำเอาไปใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ถือบัตรได้รับการฝึกและรับรอง ให้มีความสามารถลงดำน้ำกับคู่ดำน้ำทั่วไปได้ ในสภาพแวดล้อมการดำน้ำแบบ Open Water ได้ทั่วโลกในความลึกไม่เกิน 18 เมตร สำหรับบัตร Open Water Diver และไม่เกิน 12 เมตรสำหรับบัตร Junior Open Water Diver แต่ในระดับ Junior นี้มีข้อจำกัดเพิ่มเติมว่า จะต้องดำน้ำกับคู่ดำน้ำที่เป็น Certified assistant ในที่นี้คือระดับ Dive Master , Assistant Instructor หรือ Instructor เท่านั้น ไม่สามารถไปดำน้ำกับคู่ดำน้ำทั่วไปได้ บัตร C-Card นี้ใช้สำหรับเช่าอุปกรณ์ดำน้ำ , เช่าถังดำน้ำ , ซื้อทริปออกไปดำน้ำ , เป็นหลักฐานใช้ในการเรียนต่อในหลักสูตรที่สูงขึ้นไป บัตร C-Card ที่ได้รับจาก Wahoo Diving Center จะเป็นบัตรสีทอง เนื่องจาก Wahoo เป็นศูนย์ดำน้ำที่ได้รับการรับรองจาก PADI ให้เป็น 5 STAR INSTRUCTOR DEVELOPMENT CENTER



โดยคอร์สนี้จะมีค่าใช้จ่ายดังนี้

ค่าเรียน 9500 บาท / ท่าน ซึ่งราคาดังจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้

  1. หนังสือ Open Water Diver จาก PADI, WAHOO LOG BOOK

  2. ค่าอุปกรณ์ในการฝึกและสอบ,

  3. ค่าบัตร PADI eCARD

ซึ่งราคานี้จะไม่รวม
  1. ค่าเดินทาง สอบภาคทะเล

  2. ค่าที่พักระหว่างสอบ 2 วัน (4400 บาท)

  3. ค่าเรือ 2 วัน สำหรับออกสอบภาคทะเล

99 views0 comments

Recent Posts

See All
bottom of page